วิธีตรวจเช็คสมาร์ทโฟนว่าโดนย้อมแมวมาหรือไม่? จะโดนหลอกขายให้เครื่องไม่ดีมาหรือเปล่า ลองนำ 10 เทคนิคในการตรวจสอบนี้ไปร่วมพิจารณาเมื่อจะนำมือถือมือสองมาใช้งานต่อ..

1. เช็คสภาพกล่อง
แน่นอนว่าสิ่งที่เราจะเห็นก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ กล่อง นั่นเองครับ ซึ่งก่อนที่เราจะเข้าไปเช็คตัวเครื่อง เราจะต้องดูสภาพกล่องก่อนว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ มีรอยบุบสลายหรือเปล่า มีคราบน้ำหรือไม่ ซีลพลาสติกควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และสติ๊กเกอร์วอยด์ต้องไม่ขาด

2. ตรวจสอบอุปกรณ์ภายใน
อุปกรณ์ภายในต้องอยู่ครบถ้วน (ควรหาข้อมูลก่อนว่าในกล่องมีอะไรบ้าง) หูฟัง สายชาร์จ และเต้าเสียบต้องอยู่ในสภาพใหม่ ไม่เคยถูกแกะใช้มาก่อน รวมถึงต้องมีคู่มือ และใบรับประกันต่างๆ ครบถ้วน รวมไปถึงแบตเตอรี่ ให้สังเกตที่ขั่วแบต ต้องไม่มีรอยถลอก หรือรอยขีดข่วนใดๆ บริเวณทองแดง

3. เช็คฟิล์มกันรอยหน้าจอ
ต่อไปมาดูกันที่ตัวเครื่องกันบ้างครับ ซึ่งสมาร์ทโฟนที่ซื้อใหม่แกะกล่องจากโรงงาน ทุกเครื่องไม่ว่าจะถูกหรือแพงแค่ไหน จะต้องมีฟิล์มกันรอยติดมาให้แล้วเสมอ ให้เราสังเกตฟิล์มกันรอยว่ายังติดอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีฟองน้ำ หรือฝุ่นติดอยู่ภายในมากจนผิดปกติ

4. เช็คสภาพตัวเครื่อง
ตัวเครื่องสมาร์ทโฟน จะต้องไม่มีรอยบุบสลายใดๆ บริเวณรอบตัวเครื่อง หรือแม้แต่รอยขนแมวเล็กๆ ก็ไม่ควรมีให้เห็น รวมถึงลองกดปุ่มต่างๆ บนเครื่อง เช่น ปุ่ม Power ปุ่มควบคุมเสียง หรือปุ่มโฮม (ถ้ามี) ว่าปุ่มยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ กดแล้วเด้งกลับปกติ

5. เปิดเครื่อง
เครื่องที่ดี แน่นอนว่าต้องเปิดติด (ก็มันเครื่องใหม่นี่นา) และสิ่งแรกที่ควรทำหลังจากเปิดเครื่อง และเช็คปุ่มต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็คือ เช็ค dead หรือ bright pixel ซึ่งเป็นความผิดปกติของหน้าจอ หรือเรียกง่ายๆ ว่ามันคือเม็ดพิกเซลที่ตายแล้ว ไม่สามารถแสดงผลได้ตามปกติ โดยเรามีวิธีเช็คดังนี้

  • เข้าเมนูโทรศัพท์
  • กด *#0*# เพื่อเข้าสู่โหมดเทสตัวเครื่อง
  • จากนั้นเลือกสี และเช็คหน้าจออย่างละเอียด โดยเริ่มจาก Red Green และก็ Blue

6. เช็คระบบอื่นๆ ในโหมดเทส
ในโหมดเทส *#0*# นี้ นอกจากจะสามารถเช็ค dead/bright pixel ได้แล้ว เรายังสามารถใช้ตรวจสอบระบบอื่นๆ บนมือถือเราได้ด้วย เช่น ระบบสั่น, กล้องหน้า, กล้องหลัง, การทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ, ลำโพง, และอื่นๆ

7. เช็คการใช้งานโทรศัพท์
ถึงจะเป็นสมาร์ทโฟน แต่ยังไงโดยพื้นฐานก็ยังเป็นโทรศัพท์อยู่ เมื่อใส่ซิมแล้ว ต่อไปให้เราลองโทรออก หรือโทรเข้าเพื่อทดสอบสัญญาน ไมค์ และลำโพงสนทนา ว่ายังสามารถใช้งานได้ปกติดีหรือไม่

8. เช็คสัญญานอินเตอร์เน็ต และการเชื่อมต่อต่างๆ
ต่อไปให้เราเช็คสัญญานอินเตอร์เน็ต ทั้ง 3G หรือ 4G (ถ้ามี) ว่าสัญญานจับได้ดีปกติหรือไม่ และแรงดีหรือเปล่า รวมไปถึงการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi, Bluetooth, NFC และอื่นๆ ต้องใช้งานได้อย่างปกติ

9. หมายเลข IMEI ต้องตรง
เราสามารถเช็คหมายเลข IMEI (อีมี่) ได้โดยการไปยังหน้าโทรออก จากนั้นกด *#06# จากนั้นเครื่องจะแสดงหมายเลขขึ้นมา ซึ่งหมายเลขนี้จะต้องตรงกับข้างกล่อง ถ้าไม่ตรง แสดงว่าเป็นเครื่องย้อมเหมียวแล้วล่ะ

10. สอบถามเรื่องการรับประกัน
โดยพื้นฐานการรับประกันอุปกรณ์เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีการรับประกัน 1 ปีอยู่แล้ว แต่บางตัวแทนจำหน่ายจะมีการรับประกัน “เปลี่ยนเครื่องใหม่” ภายใน 7 หรือ 14 วันหลังจากซื้อ เมื่อผู้ใช้เจอปัญหาสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันที ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทกำหนด ดังนั้นเราควรซื้อมือถือกับร้านที่มีการรับประกันดังกล่าวนะฮะ เพราะแม้เราจะเช็คหน้าร้านละเอียดแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่ได้ลองใช้งานจริงซักระยะหนึ่ง บางครั้งเราก็อาจจะไม่เจอปัญหาก็ได้

เป็นยังไงบ้างครับ กับวิธีการตรวจเช็คสมาร์ทโฟน หรือมือถือ ที่ไม่ใช่แค่เราจะสามารถนำวิธีเช็คเหล่านี้ไปใช้กับงานมือถือในครั้งนี้เท่านั้น บางอย่างเราสามารถนำไปใช้กับการซื้อขายโทรศัพท์มือสอง หรืออื่นๆ ก็ยังได้ หรือใครที่ทิปเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการเลือกซื้อของ สามารถแชร์กับเราและเพื่อนๆ ได้ที่คอมเม้นท์ด้านล่างเลยครับ

เครดิต : tech.mthai.com